| Adipat's profileaYEg StudioPhotosBlogLists | Help |
|
aYEg StudioAugust 20 ย่ำหิมะที่ Chamonix (ทริปถูกดอง#1)7-9 เมษายน ผมและคณะ เดินทางไปเมือง Chamonix เมืองเล็กๆในเทือกเขาแอลป์ เพื่อไปสัมผัสหิมะครั้งแรกในชีวิต (ของผม) อยากเอามาฝากทุกคนเหมือนกัน แต่ กินเองซะหมด พอดีหิวน้ำขึ้นมา 55+ ไปครั้งนี้ได้เล่นสโนว์บอร์ดด้วย พวกผมเล่นครั้งแรกก็ฉายแววกันทุกคนเลยครับ แววชอกช้ำนะครับ เด็ก 5 ขวบยังเล่นเก่งกว่าผมเลย แต่พอเล่นไปสักพัก ก็พอจะดริฟท์ลงมาได้เหมือนกัน (ขนาดนั้น) ไปดูรูปเพิ่มเติมได้ที่ http://adipatl.multiply.com/photos/album/29 นะครับ
August 18 Misa Misa by Erika TodaAugust 14 We vote No!
รูปเด็กน่ารักดี เลยเอามาลง (เอามาจากเว็บต่าย) พอดีลงประชามติรอบนี้ ทางรัฐบาลเค้าไม่มีนโยบาย เปิดการลงประชามติในต่างประเทศหนะ (บอกว่าเสียงบประมาณ T-T) ยังไงคนที่อยู่ไทยก็อย่าลืมไปลงประชามตินะ หารัฐธรรมนูญมาอ่านก่อนตัดสินใจด้วยนะ ปล. มาแปะลิงก์เพิ่ม Why vote No? May 14 สามเวลา / Potatoสามเวลา Potato ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมานั้น สิ่งแรกที่ทำ ไม่ใช่ล้างหน้าแปรงฟัน แม้มันจะงัวเงียเท่าไหร่ ฉันก็เต็มใจ โทรไป Good Morning เธอและเที่ยงเมื่อไหร่คนอย่างฉัน สิ่งแรกที่ทำนั้น ไม่ใช่กินข้าวกลางวัน ฉันคงจะกินไม่อร่อย ถ้าไม่ถามเธอสักหน่อย ว่าเธอกินข้าวหรือยังบางทีก็กลัวว่าเธออาจรำคาญ กับการที่ฉันเอาใจใส่ไม่อยากให้เธอมองฉันว่าก้าวก่าย แต่อยากให้เธอเข้าใจ แบบนี้ ฉันคิดถึงคิดถึงคิดถึง เธอ หมดใจ ![]() ฉันหวงฉันหวงและฉันห่วงเธอ มากมาย รักเพราะฉันรัก ฉันจึงทำลงไปอย่างนี้ หวังว่าเธอคนดี คงจะพอเข้าใจ ![]() ฟ้ามืดเมื่อไหร่คนอย่างฉัน สิ่งที่ต้องทำนั้น ไม่ใช่เตรียมเที่ยวกลางคืน ![]() ถึงไปก็คงต้องไปกร่อย ถ้าไม่ถามเธอสักหน่อย ว่าเธอถึงบ้านหรือยัง บางทีก็กลัวว่าเธออาจรำคาญ กับการที่ฉันเอาใจใส่ไม่อยากให้เธอมองฉันว่าก้าวก่าย แต่อยากให้เธอเข้าใจ แบบนี้ ![]() ฉันคิดถึงคิดถึงคิดถึง เธอ หมดใจ ![]() ฉันหวงฉันหวงและฉันห่วงเธอ มากมาย รักเพราะฉันรัก ฉันจึงทำลงไปอย่างนี้ หวังว่าเธอคนดี คงจะพอเข้าใจแค่สามเวลาคนดี คงไม่รำคาญใช่มั้ย ![]() ![]() ชอบเพลงนี้ว่ะ / aLek April 16 Paris #3 Lovre Museumวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม (ดองไว้นานมาก) วันนี้นัดกัีบสมาชิกร่วมเดินทาง พี่หนึ่ง ตาล นิว ซัน และ ผม เพื่อที่จะไป Lovre musuem กัน ที่ไปวันนี้เพราะ ฟรี !!! ครับ วันอาทิตย์แรกของทุกเดือน musuem ส่วนใหญ่ในปารีสจะเปิดให้เข้าชมฟรี นัยว่าเพื่อเป็นการให้คนของเค้าซึมซาบวัฒนธรรมของชนชาติ กะเหรี่ยงอย่างผมเลยพลอยได้อานิสสงค์ไปด้วย 555+ บ้านเราน่าจะเอาแบบอย่างบ้างนะ คนจะได้เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมของไทย จะได้ช่วยกันรักษาไว้ ดีกว่าไปเดินห้างเป็นไหนๆ บ่นมามาก ไปดูรูปกันดีกว่า โพสแค่นี้ดีกว่า ไปดูรูปเพิ่มเติมได้ครับ ที่ http://adipatl.multiply.com/photos/album/13 ราตรีสวัสดิ์ครับ ง่วงแล้ว March 05 Paris #2 ประตูชัย, ชองอลิเซ่, หน้าลูฟ, นอเตรอดาม and หอไอเฟล2 มีนาคม 2550 วันนี้นัดกันอย่างดิบดีตอน 8.00 แต่ตัวกระผมดันตื่น 7.30 ต้องวิ่งตาลีตาเหลือกไปล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำไม่ต้องอาบหรอก เหงื่อไม่มี 555 (โปรดอย่าเอาเป็นตัวอย่าง) ข้าวก็ไม่ได้กิน กินองุ่นแล้วกัน กำลังจะออกจากห้อง กริ๊งงงงงง อ้าว ใครโทรมาวะ “บงชูว์” “เออ เฮียพึ่งตื่น ขอเลื่อนเป็น 8.30” อ้าว โอเคครับ ได้ครับ เลยมีเวลา โทรไปรายงานตัวกับที่บ้านได้ หุหุ
ออกมาก็เดินฝ่าลมหนาว ไปขึ้น Metro สาย 1 จากสถานี La Defense ไปลงสถานี ชาล เดอโก เอ้ท ตัว เล่ (Charles de Gaulle-Etolle) โผล่มาปั้ป ก็เจอเลยครับ
ประตูชัย หรือ อ้าค เดอ ทรัวมป์ (Arc de Triomphe) ซึ่งตั้งอยู่บนถนน ชอง อลิเซ่ (Champs-Elysees)
เล่ากันว่า พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้สร้างถนนสายนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นเส้นทางเข้าสู่สวน Jardin des Tuileries (มีรูปข้างล่างเด้อ ไปมาวันนี้เหมือนกัน) จนถึงสมัย นโปเลียน ซึ่งทำสงครามชนะชนชาติต่างๆมากมาย จึงอยากจะสร้างอนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะ ไว้ที่ถนนสายนี้ จึงเกิดมาเป็นประตูชัยแห่งนี้นี่เอง ใช้เวลาก่อสร้างถึง 20 ปี เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1836
ปัจจุบันจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งสงครามในที่ต่างๆของฝรั่งเศส พื้นด้านใต้ของประตูชัยมีการจารึกชื่อนายพล 660 คน และสมรภูมิ 128 แห่ง แต่...
นี่ครับ มีการบันทึก สงครามอินโดจีน ไว้ด้วย สงครามนี้เรียกได้ว่าเป็นสงครามเดียวที่ไทยรบชนะฝรั่งเศสจนเป็นเหตุให้ไทยยึดดินแดนบางส่วนคืนจากฝรั่งเศสได้เยอะมาก (ก่อนที่จะมาเสียไปอีกทีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2) เหตุการณ์สำคัญๆในสงครามนี้คือ ยุทธนาวีเกาะช้าง เป็นต้น ผมจึงภูมิใจทีเดียวที่ได้เห็นอนุสรณ์สถานความภาคภูมิใจของชาติเราครับ อิอิ ส่วนคนที่อยู่ที่ไทยก็ไม่ต้องเสียใจครับ ท่านสามารถไปดูได้ที่... อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ครับ เป็นอีกอนุสรณ์นึงจากสงครามอินโดจีนครับ บ่นมามาก มาดูที่เที่ยวกันต่อดีกว่า
สองสาวไปหลบไรหลังคุณสาม -.-"
แอบถ่ายสาวญึ่ปุ่น
มีร้านหลุยวิตตองด้วย ใครอยากฝากซื้อโปรดโอนเงินมาให้ผมด้วย เดี๋ยวซื้อให้ ราคากันเอง อิอิ
ดิสนีย์ชอปก็มีนะครับ
ต่อมาเป็นสถานที่ที่เรียกว่า Concorde ใครจะรู้ว่าที่ที่ยืนอยู่บริเวณนี้ เคยเป็นสถานที่ประหารชีวิตด้วยกิโยตินมาแล้ว เหยื่อรายแรกๆคือ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระนางมาเรีย อังตัวเนต ในช่วงยุคปฏิวัติฝรั่งเศส มีคนถูกประหารบริเวณนี้ถึง 2,600 คน ต่อมาจึงทำการปรับสภาพเสียใหม่ โดยเอาเสาหิน Obelisk ของอียิปต์มาตั้ง
ข้างหน้าพิพิธภัณฑ์ Louvre มีบ่อน้ำเป็ดด้วย หุหุ ต่อไปก็เดินไปถึงพิพิธภัณฑ์ Louvre แต่ไม่ได้เข้าไปนะครับ เพราะมันต้องเสียตัง ว่าจะไปวันที่เข้าฟรีคือวันอาทิตย์แรกของทุกเดือน (รอชมบลอกภาค Louvre อีกทีแล้วกัน)
ก็เดินเล่นๆอยู่แถวนั้น อ้อ ไปเดินผ่านชั้นใต้ดิน ไปดู ปีระมิดหัวคว่ำ มาด้วย ถ้าคนที่อ่าน Davinci Code (อย่างผม) จะรู้ว่าข้างล่างนี่มี Holy grail อยู่ (แต่คุณซันก็จะเถียงว่า มันไม่มีจริง มันเป็นทฤษฎีสมคบคิด 555)
เสร็จแล้วก็เดินๆๆ ไปซื้อข้าวเที่ยงมากิน ผมกิน Poulet Sandwiches หรือ แซนวิชไก่บ้านเรา แต่ของที่นี่ ขนมปังแข็งมาก เรียกว่า เอาไปปาหัวหมาแตกได้ เหอๆๆ พยายามเคี้ยวจนเมื่อยกรามอยู่ครึ่งชม. จึงตัดสินใจเก็บไปอุ่นไมโครเวฟให้นิ่มดีกว่า (จะทิ้งก็เสียดายตั้ง 4€ เกือบ 200 แน่ะ ;( ) กินไปเดินไปจนถึงโบสถ์ Notre Dame
ถ้าดูรูปจะเห็นว่ามันสูงมากกกก งงว่าในหนังเรื่องคนค่อมแห่งนอเตรอดามนี่มันกระโดดไปโหนไปมาได้ไงนี่ ไม่กลัวตกหรือไง เหอๆๆ
สูงขนาดไหนดูคนถ่ายรูปได้ครับ พยายามกันสุดฤทธิ์
ข้างในโบสถ์ชั้น 1 โบสถ์นี้สร้างตั้งแต่ปี 1163 กว่าจะเสร็จก็ปี 1330 (นานจังฟะ) ข้างในมีให้จ่ายตังฟังคำอธิบาย แต่ผมก็ไม่ยอมจ่ายตัง (งกว่างั้นเถอะ) ก็เข้าไปอ่านๆข้างใน จากที่พออ่านได้ก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซู พระแม่มารี เซนต์ต่างๆ ผมเคยเรียนโรงเรียนคริสต์ ตอนประถมก็เลยพอรู้เรื่องอยู่บ้าง ตอนดูรูปปั้นอยู่ดีๆ มีบาทหลวงเดินเข้ามาถามว่ามาจากไหน ก็เลยตอบไปว่า Thailand เค้าก็คงงงๆว่าประเทศนี้มันอยู่ตรงไหนของโลกวะ เลยให้ใบอธิบายภาษาอังกฤษ มา เลยพอรู้เรื่องขึ้นมาว่า รูปแกะสลักที่เราดูอยู่เป็นตอน ฟื้นคืนชีพของพระเยซู
จริงๆสามารถจ่ายเงินเพื่อขึ้นไปชมชั้นบนได้ แต่ด้วยเวลามีจำกัดผมเลยไม่ได้ขึ้นไป (เมื่อยขาด้วยจริงๆ ตั้ง 387 ขั้น) อ้อ เพื่อนๆ พวก PK, หนิง, ผึ้ง แลกเหรียญกันมาด้วย เป็นเหรียญสัญลักษณ์ของโบสถ์ที่นี่ ราคาประมาณ 2€ ครับ
อ้อ ก่อนถึงโบสถ์ Notre Dame เราเดินผ่าน โบสถ์ St.Chapelle ด้วย
ถ่ายรูปเฮียมาด้วยครับ
ส่วนนี่ก็แม่น้ำเซน (Seine)
บ้านเมืองของคนปารีสครับ หลังจากถ่ายรูปเล่นเสร็จก็มานั่งพักรอคนอื่นๆอยู่หน้าโบสถ์ พวกเฮีย, ป๋าป้อง, พี่ปัน, คุณตาล ก็จะแยกไป st-germain กัน ส่วนผมกะพี่หนึ่งก็วางแผนจะไป Eiffel กัน ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากพี่เชี้ยงและ PK แต่เราเป็นนักเผด็จการชั้นยอด เหมือนนโปเลียนมาเอง เลยลากทั้ง 2 คนไปจนได้ เดินหาสถานี RER (รถไฟอีกแบบหนึ่งวิ่งใต้กรุงปารีสเหมือนกัน แต่ระยะทางจะไกลกว่า Metro) อยู่นาน จึงนั่งสายเดียวไปลงสถานีหอไอเฟลได้เลย
หอไอเฟลสร้างเสร็จเมื่อปี 1889 เพื่อต้อนรับงาน World Fair ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ปัจจุบันใช้เป็นสถานีอุตุนิยมวิทยา สถานีส่งสัญญาณ TV และใช้นำร่องเครื่องบิน ถ่ายด้านล่างหอไอเฟลเสร็จแล้วก็เดินๆๆๆๆๆ ข้ามฟากมาอีกฝั่งหนึ่ง มาถ่ายรูปต่อ
หมดแล้วครับวันนี้ ชีวิตคือการเดินจริงๆครับ แล้วคราวหน้าจะมาอัพเรื่องต่อครับ เจอกันเด้อครับ Miss U very much, Love u na C u ja/ Lek February 28 Paris #1 CDG + La Defenseสวัสดีครับ ตอนนี้อยู่ที่ La Defense, Paris ครับ ขอโทษที่ไม่ได้บอกกล่าวเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกท่าน เดินทางกันด้วยสารการบิน Air France ออกตอน 23.45 ไปถึงก็ตอน 6.50 ที่โน่น ก็ประมาณ 12 ชม.กว่าๆ มาถึงสนามบิน Charles De Goul ครับ
มาถึงก็ไปต่อแถวตรวจพาสปอร์ต ไม่โดนถามอะไรเลย ปั้มอย่างเดียว ง่ายกว่าที่คิดครับ แต่...
จากรูปจะเห็นว่าบริเวณสายพานรับกระเป๋านี่แคบๆๆๆๆๆ มากๆๆๆๆๆๆ คนลงเครื่องนี่มากกว่า 300 มั้ง แล้วแคบกว่าที่สุวรรณภูมิประมาณ 5 เท่าได้ คนก็แออัดยัดเยียดกันไป กว่าจะได้กระเป๋าก็รออีกประมาณชม.นึง
นี่คือสมาชิกแก็งค์ Air France ครับ จากซ้าย ซัน นิว พี่ป้อง ผึ้ง เฮียพฤท สาม และพี่ปัน ครับ
ส่วนผมขอแอ้คกับจักรยานสักหน่อย
taxi ที่นี่มีแต่ โฟล์ค กับเบนซ์นะครับ ไม่มีโตยาต้า ฮอนด้าเลย
เก็บของเสร็จก็ออกไปเที่ยวกันเลย อพาร์ตเมนท์ผมอยู่ในเมือง Courbevoie อยู่แถบชานเมือง Paris ครับ บริเวณนี้ที่ผมอยู่นี่เค้าเรียกว่า La Defensew ครับ เป็นเขตเมืองใหม่ของปารีส
ด้านล่างนี่คือ Grand Arche ครับ อยู่ที่ La Defense หรือ ประตูชัยใหม่นั่นเอง ถ้ามองจากที่นี่หันหลังกลับไปจะเห็นประตูชัย(เก่า) ตรงหน้าพอดีเลย ที่นี่มีสถานีใต้ดิน หรือ Metro ชื่อสถานี La Defense ด้วยครับ โดยเป็นสถานีปลายทางของ Metro สาย 1
ประตูชัยใหม่นี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง 200 ปีแห่งการปฏิวัติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1989 โดยสถาปนิก Johan Otto van Spreckelsen
ส่วนผ้าใบสีขาวที่กางอยู่นั้นเพื่อให้เหมือนก้อนเมฆลอยอยู่กลางอากาศ โดยสถาปนิกอีกคนชื่อ Peter Rice โดยตั้งชื่อไว้ว่า Cloudi
PK อยากแอ้คบ้าง
คราวนี้เรามาดูรูปตึกต่างๆในบริเวณนี้กันดีกว่า เพราะบริเวณนี้เป็น Business Centre ที่ใหญ่ที่สุดใน Paris คงประมาณ สาทร บ้านเราได้ มีตึกต่างๆผุดขึ้นเต็มไปหมด แต่ตึกของฝรั่งเศสดูเค้าจะใส่ความเป็นศิลปะเข้าไป ไม่ใช่ตึกสีเหลี่ยมตรงๆแบบบ้านเรา
ปิดท้ายด้วยรูปผมครับ อิอิ เดี๋ยวคราวหน้าจะเอารูปที่พักกับที่ทำงานมาให้คร้าบบ
C U and Miss u very much / Lek |
||||
|
|